ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

5 ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย กลุ่มประเทศในฝันของนักเดินทางทั่วโลก

สแกนดิเนเวีย (Scandinavia) คือกลุ่มประเทศยุโรปเหนือ ประกอบไปด้วย 3 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ ประเทศสวีเดน ประเทศนอร์เวย์ ประเทศเดนมาร์ก แต่ถ้าเพื่อนๆ รวมประเทศฟินแลนด์และประเทศไอซ์แลนด์เข้าไปด้วย ก็จะเรียกว่ากลุ่มประเทศนอร์ดิก (Nordic) ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมตามสถานที่ต่างๆ ธรรมชาติ และความเงียบสงบแล้วจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม 5 ประเทศในแถบสแกนดิเนเวียนี้กลายเป็นกลุ่มประเทศในฝันที่นักเดินทางทั่วโลกอยากไปเที่ยวกันให้ได้สักครั้งในชีวิต

1. ประเทศสวีเดน

ประเทศสวีเดนเป็นประเทศในสแกนดิเนเวีย มีกรุงสตอกโฮล์ม (Stockholm) เป็นเมืองหลวงของประเทศ การมาเที่ยวที่ประเทศสวีเดนเพื่อนๆ จะได้ท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ ทั้งการท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศกรุงเก่า เที่ยวธรรมชาติ เที่ยวประวัติศาสตร์ เสพย์งานศิลป์ อาทิ

  • ย่านเมืองเก่า (Gamla Stan) ตั้งอยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม เมื่อเพื่อนๆ มาเที่ยวที่ย่านนี้จะได้สัมผัสกับบรรยากาศของเมืองเก่า ได้เห็นตึกรามบ้านช่องสีสันสดใสในยุคโบราณแบบสวีเดนแท้ๆ ได้เห็นพระราชวังหลวงและสถาปัตยกรรมย้อนยุคมากมาย ซึ่งย่านเมืองเก่านี้มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านหนังสือจำนวนมากให้เราได้เดินเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน
  • สถานีรถไฟใต้ดินสตอกโฮล์ม (Stockholm Metro) คือหนึ่งในสถานีรถไฟใต้ดินที่สวยที่สุดในโลก เพื่อนๆ จะได้เห็นการตกแต่งสถานีรถไฟจากฝีมือของศิลปินหลายร้อยชีวิต ในรูปแบบของภาพวาด งานโมเสก และประติมากรรม เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ศิลปะย่อมๆ เลยล่ะ
  • โรงแรมน้ำแข็ง (Icehotel) เป็นสถานที่ที่เพื่อนๆ จะได้เปิดประสบการณ์การพักผ่อนในโรงแรมน้ำแข็งที่สร้างจากหิมะและน้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน เก้าอี้ โต๊ะ ตู้ ล้วนทำมาจากน้ำแข็งทั้งสิ้นและแกะสลักได้อย่างสวยงามอีกด้วย
  • อุทยานแห่งชาติอบิสโก (Abisko National Park) เป็นสถานที่ชมแสงเหนือที่ดีอีกแห่งในประเทศสแกนดิเนเวีย ซึ่งเพื่อนๆ จะต้องไปบนภูเขาที่ทางอุทยานกำหนดไว้ให้เป็นจุดชมแสงเหนือโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ประเทศสแกนดิเนเวียอย่างสวีเดนยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดอีกมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์วาซา (Vasa Museum) ศาลาว่าการเมืองสต็อกโฮล์ม (Stockholm City Hall) พระราชวังกรุงสตอกโฮล์ม (Stockholm Royal Palace) พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (Skansen) เป็นต้น

2.ประเทศนอร์เวย์

ประเทศนอร์เวย์เป็นประเทศในแสกนดิเนเวียที่มีความโดดเด่นเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นทะเล ทะเลสาบ ภูเขา น้ำตก แสงเหนือล้วนมีให้เพื่อนๆเที่ยวครบ ถ้าเพื่อนๆคนไหนโหยหาการท่องเที่ยวธรรมชาติในแสกนดิเนเวียเราแนะนำให้มาประเทศนอร์เวย์ตามสถานที่ที่เรามีมาแนะนำกัน

  • จุดชมวิวโทรลล์ทุงกา (Trolltunga) เป็นจุดชมวิวที่มีลักษณะเป็นแผ่นหินขนาดใหญ่ ยื่นออกมากลางทะเลสาบริงเกเดลวาสเนท (Ringedalsvatnet) ด้วยความสูง 1,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เรามักจะเห็นรูปภาพของจุดชมวิวโทรลล์ทุงกาในอินเตอร์เน็ตอยู่บ่อยๆ เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่นี่ก็จะออกไปยืนกลางแผ่นหินแล้วโพสต์ท่าถ่ายรูปเท่ๆกัน
  • นอร์ท เคป (North Cape) เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนเกาะมาเกโรยา (Mageroya) มีลักษณะเป็นแหลมปลายหน้าผา เป็นสถานที่ที่เราจะได้ชมความงามของทะเลแบเร็นตส์ (Barents Sea) และชมปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนในประเทศนอร์เวย์
  • กรังเกอร์ฟยอร์ด (Geirangerfjord) คือฟยอร์ดที่สวยที่สุดในนอร์เวย์ เป็นฟยอร์ดที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเราสามารถนั่งเรือชมความงามของฟยอร์ดและน้ำตกเซเว่นซิสเตอรส์(SevenSisters)ได้ด้วย
  • น้ำตกฟอสเซ่น (Latefossen) เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีผ่านหน้าผาสูงกว่า 165 เมตร บริเวณด้านหน้ามีสะพานหินพาดผ่านหน้าน้ำตก เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของนอร์เวย์

นอกจากนี้ประเทศสแกนดิเนเวียอย่างนอร์เวย์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดอีกมากมาย เช่น จุดชมวิวดาล์สนิบบา (Dalsnibba) ทรอมโซ (Tromso) หมู่บ้านชาวประมง Reine เป็นต้น

3.ประเทศเดนมาร์ก

เดนมาร์กเป็นประเทศที่โดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรมเพราะเดนมาร์กเป็นประเทศที่มีปราสาทและพระราชวังสวยงามอลังการอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น

  • พระราชวังคริสเตียนสบอร์ก (Christiansborg Palace) พระราชวังที่สำคัญของประเทศเพราะในอดีตเคยเป็นที่ประทับของเหล่าราชวงศ์ ปัจจุบันเป็นที่ทำการรัฐสภาเดนมาร์ก
  • พระราชวังอมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace) พระราชวังริมน้ำที่ราชวงศ์เดนมาร์กใช้เป็นที่ประทับ ภายในมีพิพิธภัณฑ์อมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Museum) ที่จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของราชวงศ์เดนมาร์ก และที่ไม่ว่าใครก็ต้องห้ามพลาดเลยก็คือการชมทหารผลัดเปลี่ยนเวรยามนั่นเอง
  • พระราชวังเฟรเดอริกส์บอร์ก (Frederiksborg Palace) พระราชวังที่ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบ สวยงามตามสไตล์ เรเนซองส์ที่ในอดีตเคยใช้ประกอบพิธีทางศาสนาและพิธีสำคัญ ของราชวงศ์เดนมาร์ก ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมความงดงามของสถาปัตยกรรมภายใน
  • ท่าเรือนูฮาวน์ (Nyhavn Harbour) ท่าเรือเก่าแก่ใจกลางเมืองโคเปนเฮเกน ซึ่งมีอาคารบ้านเรือนสีสันสดใสตลอดแนวสองฝั่งแม่น้ำ

นอกจากนี้ประเทศสแกนดิเนเวียอย่างเดนมาร์กยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดอีกมากมาย เช่น พระราชวังโรเซนเบิร์ก (Rosenborg Palace) ปราสาทอัลบอร์กฮัส (Aalborghus Castle) ถนนสตรอยเยท (Strøget) สวนสนุกทิโวลี (Tivoli Gardens)

4.ประเทศฟินแลนด์

ประเทศฟินแลนด์เป็นประเทศเล็กๆ ที่มีวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกผสมผสานกันอย่างลงตัว จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองหลวงของวัฒนธรรมยุโรป นอกจากนี้ฟินแลนด์ยังมีสถาปัตยกรรมของบ้านเมืองและปราสาทอันสวยงาม รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอันบริสุทธิ์ สมกับเป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยวที่แท้จริง ดังนั้นเพื่อนๆ จะได้เที่ยวฟินแลนด์ในหลากหลายรูปแบบ เช่น

  • เซเนท สแควร์ (Senate Square) จัตุรัสใจกลางเมืองหลวงเฮลซิงกิ (Helsinki) ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่2นอกจากนี้เพื่อนๆจะได้ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมรอบๆ อนุสาวรีย์อีกมากมาย เช่น มหาวิหารเฮลซิงกิ (Helsinki Cathedral) โบสถ์ศาสนาคริสต์สีขาวในสไตล์นีโอคลาสสิกโดดเด่นเป็นสง่าใจกลางเมืองทำเนียบรัฐบาล(The Government Palace of Finland) ที่มีเสาหินสีขาวสไตล์คอริเธียนอันสวยงามให้เราได้ชม มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ (University of Helsinki) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในฟินแลนด์ และหอสมุดแห่งชาติฟินแลนด์ (The National Library of Finland) หอสมุดที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดในโลก
  • หมู่บ้านซานตาคลอส (Santa Claus Village) ตั้งอยู่ในเมืองรอวาเนียมิ (Rovaniemi) ทางตอนเหนือของฟินแลนด์ ภายในหมู่บ้านแห่งนี้มีพิพิธภัณฑ์ของเล่น ร้านอาหาร ร้านค้า โรงแรม ฯลฯ ซึ่งเราสามารถทำกิจกรรมสนุกๆ ภายในหมู่บ้านซานตาคลอสได้หลากหลายกิจกรรม ทั้งการนั่งรถหิมะลากเลื่อนด้วยกวางเรนเดียร์หรือสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ เล่นสโนว์โมบิล ไปเยือนที่ทำการไปรษณีย์เพื่อส่งจดหมายติดแสตมป์หมู่บ้านซานตาคลอสกลับไปฝากคนทางบ้านถ่ายรูปกับซานตาคลอสเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เติมเต็มความฝันในวัยเด็กได้ดีทีเดียว
  • ปราสาทหิมะเมืองเคมิ (Kemi Snow Castle) ปราสาทน้ำแข็งที่มีทั้งร้านอาหาร โบสถ์ โรงแรม ฯลฯ ที่สร้างจากน้ำแข็งทั้งหมด นอกจากนี้ที่เมืองเคมิที่ตั้งของปราสาท ยังสามารถทำกิจกรรมล่องเรือตัดน้ำแข็งได้ด้วย นับเป็นสถานที่ที่ท้าทายความแข็งแรงของร่างกายได้อย่างดี ใครที่อยากเปิดประสบการณ์การเที่ยวในเมืองน้ำแข็งต้องไม่พลาดที่นี่เลย

นอกจากนี้ประเทศในแถบสแกนดิเนเวียอย่างฟินแลนด์ยังเป็นประเทศที่นักตามล่าหาแสงเหนือจะต้องเดินทางมา เพราะสามารถหาชมแสงเหนือได้หลายสถานที่ เช่น แลปแลนด์ (Lapland) เนลลิม (Nellim) เป็นต้น

5.ประเทศไอซ์แลนด์

ประเทศไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ เหมาะกับการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ เพราะมีธรรมชาติหลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกเที่ยว หรือแม้กระทั่งการชมแสงเหนือก็มีเช่นกัน สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์ที่น่าไปเที่ยว เช่น

  • บลูลากูน (Blue Lagoon) เป็นบ่อน้ำแร่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ น้ำแร่ในบ่อเป็นสีฟ้า อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อผิว เป็นบ่อน้ำแร่ที่โด่งดังมากของไอซ์แลนด์เพราะเราจะได้แช่น้ำแร่ไปพร้อมกับวิวสวยๆด้วย
  • ถ้ำน้ำแข็งคริสตัล (Crystal Ice Cave) ตั้งอยู่ในเมืองสตัฟทาเฟฮ์ล (Skaftafell) บริเวณปากถ้ำเป็นปล่องน้ำแข็งสูงประมาณ 22 ฟุต มีผนังน้ำแข็งเป็นก้อนน้ำแข็งสีฟ้าสวยดั่งคริสตัล ภายในถ้ำมีอุณหภูมิประมาณ -25 ถึง -30 องศาเซลเซียส เป็นถ้ำน้ำแข็งที่สวยงามและหนาวเย็นมาก แต่ด้วยความสวยงามของถ้ำจึงทำให้ต้องมาเที่ยวให้ได้สักครั้งในชีวิต
  • น้ำตกเซลยาลันส์ฟอส (Seljalandsfoss Falls) น้ำตกที่มีความสูง 60 เมตร ที่ไหลกระทบกับผืนน้ำด้านล่างคล้ายม่านน้ำ เกิดละอองน้ำฟุ้งกระจายสวยงามเป็นอย่างมาก เป็นจุดถ่ายรูปและเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น – ตกยอดนิยมในไอซ์แลนด์ ซึ่งเราสามารถเดินไปบริเวณหลังม่านน้ำตกได้ด้วย

นอกจากนี้ประเทศในแถบสแกนดิเนเวียอย่างไอซ์แลนด์ยังเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกจำนวนมาก เช่น หาดทรายดำ Reynisfjara น้ำพุร้อนกีเซอร์ (Geysir Hot Springs) โบสถ์ฮอลล์กริมสเคิร์กยา (Hallgrimskirkja) จุดชมวิวเพอร์ลัน (Perland) ภูเขาไฟเอยาฟยาตลาเยอคุตล์ (Eyjafjallajokull) เป็นต้น

Going-Easy

Journey with great value, with us.

dersign